อาหารแปรรูป เป็นอันตรายต่อสุขภาพจริงมั๊ย มากน้อยเพียงใด

อาหารแปรรูป (Processed foods) มักถูกมองว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่จริง อาหารแปรรูปนั้นมีอันตรายที่แตกต่างกันไป อาหารแปรรูปบางชนิดอาจมีปริมาณเกลือ, น้ำตาล, และไขมันสูง รวมถึงผ่านกระบวนการทางเคมีที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งบางชนิด ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมากหากบริโภคมากเกินไป อย่างไรก็ตาม อาหารแปรรูปบางชนิด เช่น นมพาสเจอร์ไรส์ หรือผักแช่แข็ง กลับช่วยให้ได้รับสารอาหารจำเป็นและเพิ่มความสะดวกในการบริโภค
อาหารแปรรูป เป็นอันตรายต่อสุขภาพจริงมั๊ย มากน้อยเพียงใด

ทำไมอาหารแปรรูปจึงอันตรายต่อสุขภาพ

ในยุคที่วิถีชีวิตเร่งรีบ “อาหารแปรรูป” (Processed foods) กลายเป็นส่วนหนึ่งที่แยกไม่ออกจากชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นอาหารสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว หรือเครื่องดื่มบรรจุขวดที่หาซื้อได้ง่ายและสะดวกสบาย แต่ภายใต้ความสะดวกสบายเหล่านั้น กลับซ่อนเร้นอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงเหตุผลว่าทำไมอาหารแปรรูปจึงเป็นภัยเงียบต่อสุขภาพของเรา และทำความเข้าใจถึงกระบวนการทางเคมีที่ทำให้เกิดอันตรายเหล่านั้น

อาหารแปรรูป คืออะไร

ก่อนที่จะเจาะลึกถึงอันตราย เรามาทำความเข้าใจกับนิยามของอาหารแปรรูปและประเภทต่างๆกันก่อนว่า “อาหารแปรรูป” คืออะไร โดยทั่วไป อาหารแปรรูป (Processed foods) หมายถึงอาหารที่ผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงสภาพจากวัตถุดิบเดิมเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การยืดอายุการเก็บรักษา การเพิ่มรสชาติ หรือการเพิ่มความสะดวกในการบริโภค องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้แบ่งระดับการแปรรูปอาหารออกเป็น 4 ระดับหลักๆ ตามระบบ NOVA Classification System [1]:

  • กลุ่ม 1: อาหารที่ไม่แปรรูปและแปรรูปน้อยที่สุด (Unprocessed and minimally processed foods): อาหารตามธรรมชาติที่ไม่ผ่านการแปรรูปเลย หรือผ่านกระบวนการน้อยที่สุด เช่น ผักผลไม้สด เนื้อสัตว์สด นมสด
  • กลุ่ม 2: ส่วนผสมที่ใช้ในการทำอาหารแปรรูป (Processed culinary ingredients): ส่วนผสมที่ได้จากการสกัดหรือแปรรูปวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น น้ำมัน เกลือ น้ำตาล
  • กลุ่ม 3: อาหารแปรรูป (Processed foods): อาหารที่ทำจากกลุ่ม 1 และ 2 โดยมีการเติมเกลือ น้ำตาล น้ำมัน หรือสารปรุงแต่งอื่นๆ เพื่อเพิ่มความอร่อยและยืดอายุการเก็บรักษา เช่น ขนมปัง ชีส เนื้อรมควัน
  • กลุ่ม 4: อาหารแปรรูปสูง (Ultra-processed foods): อาหารที่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรมหลายขั้นตอน มีส่วนผสมที่ผ่านการสังเคราะห์หรือสกัดมาสูง เช่น สารให้ความหวานเทียม สารแต่งกลิ่น สี วัตถุกันเสีย มักมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ และมีพลังงานสูง เช่น น้ำอัดลม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คุกกี้ ลูกอม ขนมขบเคี้ยว

บทความนี้จะเน้นไปที่อันตรายของ “อาหารแปรรูปสูง” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากที่สุด

อาหารแปรรูปมีปริมาณน้ำตาล เกลือ และไขมันทรานส์ที่สูงเกินความต้องการของร่างกาย

หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้อาหารแปรรูปเป็นอันตรายคือปริมาณน้ำตาล เกลือ และไขมันทรานส์ที่สูงเกินความจำเป็น ผู้ผลิตมักเติมสารเหล่านี้เพื่อเพิ่มรสชาติ ความน่ารับประทาน และยืดอายุการเก็บรักษา:

  • ปริมาณน้ำตาลสูง: การบริโภคน้ำตาลที่มากเกินไปเป็นสาเหตุหลักของโรคอ้วน, เบาหวานชนิดที่ 2, โรคหัวใจ, และปัญหาฟันผุ [2] น้ำตาลในอาหารแปรรูปมักมาในรูปแบบของน้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูง (High-Fructose Corn Syrup – HFCS) ซึ่งมีผลเสียต่อตับและกระบวนการเมแทบอลิซึมของร่างกาย
  • ปริมาณเกลือสูง: โซเดียมในปริมาณที่มากเกินไปจากเกลือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคไตวาย [3]
  • ปริมาณไขมันทรานส์: ไขมันทรานส์ เป็นไขมันที่เกิดขึ้นจากการเติมไฮโดรเจนลงในน้ำมันพืชเพื่อให้แข็งตัว มักพบในขนมอบ คุกกี้ และอาหารทอด ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสุขภาพหัวใจ โดยจะเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) [4]

การแปรรูปอาหารสูญเสียวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร

กระบวนการแปรรูปอาหารมักทำให้คุณค่าทางโภชนาการของอาหารลดลงอย่างมาก วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมักจะถูกทำลายหรือถูกกำจัดออกไปในระหว่างกระบวนการนี้:

  • วิตามินและแร่ธาตุ: ความร้อน แสง และสารเคมีที่ใช้ในการแปรรูปสามารถทำลายวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญได้ ส่งผลให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น
  • ใยอาหาร: ใยอาหารมีความสำคัญต่อระบบขับถ่าย ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด แต่อาหารแปรรูปส่วนใหญ่มีใยอาหารน้อยมากหรือไม่มีเลย ทำให้เสี่ยงต่อปัญหาท้องผูกและโรคที่เกี่ยวข้องกับลำไส้ [5]

อาหารแปรรูปอาจมีสารปรุงแต่งและสารกันเสียที่อาจเป็นอันตราย

อาหารแปรรูปมักอุดมไปด้วยสารปรุงแต่ง สารแต่งกลิ่น สี และสารกันเสีย เพื่อเพิ่มความน่ารับประทาน ยืดอายุการเก็บรักษา และลดต้นทุนการผลิต แม้ว่าสารเหล่านี้บางชนิดจะได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานด้านความปลอดภัยของอาหาร แต่การบริโภคในปริมาณมากหรือต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพและอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง:

  • สารแต่งสี: สารแต่งสีสังเคราะห์บางชนิด เช่น Tartrazine (E102) และ Allura Red (E129) มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกับภาวะสมาธิสั้นในเด็ก [6]
  • สารกันเสีย: สารกันเสีย เช่น โซเดียมไนไตรต์ (Sodium Nitrite) ที่มักพบในเนื้อแปรรูป (เช่น ไส้กรอก แฮม) สามารถทำปฏิกิริยากับโปรตีนในกระเพาะอาหารและสร้างสารประกอบไนโตรซามีน (Nitrosamines) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง [7]
  • ผงชูรส (Monosodium Glutamate – MSG): แม้จะยังมีการถกเถียงกันถึงผลกระทบต่อสุขภาพ แต่การบริโภคในปริมาณมากอาจทำให้บางคนมีอาการแพ้ เช่น ปวดศีรษะ เหงื่อออก หรือหัวใจเต้นเร็ว [8]

กระบวนการทางเคมีที่ทำให้เกิดอันตราย

เบื้องหลังรสชาติที่เย้ายวนและอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานของอาหารแปรรูป คือกระบวนการทางเคมีที่ซับซ้อนและอาจก่อให้เกิดสารอันตรายขึ้นได้:

  • ปฏิกิริยา Maillard Reaction: เป็นปฏิกิริยาระหว่างกรดอะมิโนกับน้ำตาลเมื่อได้รับความร้อนสูง ทำให้เกิดสีน้ำตาลทองและกลิ่นหอมน่ารับประทานในอาหารจำพวกขนมอบหรืออาหารทอด อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยานี้ยังสามารถสร้างสารประกอบที่เป็นอันตราย เช่น อะคริลาไมด์ (Acrylamide) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะในอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงที่ผ่านการทอด ปิ้ง หรืออบที่อุณหภูมิสูง เช่น เฟรนช์ฟรายส์ ขนมปังกรอบ [9]
  • การเกิดลิพิดเปอร์ออกซิเดชัน (Lipid Peroxidation): การแปรรูปน้ำมันพืชโดยผ่านความร้อนสูงและออกซิเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทอดซ้ำๆ สามารถทำให้เกิดการออกซิเดชันของไขมัน ซึ่งนำไปสู่การเกิดสารอนุมูลอิสระ (Free Radicals) และสารประกอบที่เป็นพิษ เช่น มาลอนไดอัลดีไฮด์ (Malondialdehyde – MDA) ซึ่งเป็นสาเหตุของความเสียหายของเซลล์และเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด [10]
  • การก่อตัวของ Advanced Glycation End Products (AGEs): เมื่อน้ำตาลทำปฏิกิริยากับโปรตีนหรือไขมันในร่างกาย (หรือในอาหารที่ผ่านความร้อนสูง) จะเกิด AGEs ซึ่งเป็นสารที่เชื่อมโยงกับกระบวนการชราภาพ และการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอัลไซเมอร์ [11] อาหารแปรรูปที่ผ่านการทอด ปิ้ง หรืออบที่อุณหภูมิสูงมักมี AGEs ในปริมาณมาก

การบริโภคอาหารแปรรูปเพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง

การบริโภคอาหารแปรรูปเป็นประจำมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับการเพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด:

  • โรคอ้วนและเมแทบอลิกซินโดรม: อาหารแปรรูปมักมีแคลอรี่สูง แต่มักมีใยอาหารน้อย ทำให้ไม่อิ่มง่ายและนำไปสู่การบริโภคเกินขนาด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคอ้วน นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเมแทบอลิกซินโดรม ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคหัวใจ [12]
  • โรคเบาหวานชนิดที่ 2: น้ำตาลที่สูงในอาหารแปรรูปทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและบ่อยครั้ง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะดื้อต่ออินซูลินและโรคเบาหวานในที่สุด [13]
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด: ปริมาณเกลือและไขมันทรานส์ที่สูงในอาหารแปรรูปเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อความดันโลหิตสูง และระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือด [14]
  • โรคมะเร็ง: งานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคอาหารแปรรูปสูงกับการเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก [15] ซึ่งอาจเกิดจากสารเคมีที่ใช้ในการแปรรูป หรือสารที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการปรุงอาหาร

7. ผลกระทบต่อสุขภาพจิตและพฤติกรรม

ไม่เพียงแต่สุขภาพกายเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ สุขภาพจิตและพฤติกรรมก็อาจได้รับผลกระทบจากการบริโภคอาหารแปรรูปเช่นกัน:

  • ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล: งานวิจัยบางชิ้นพบความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคอาหารแปรรูปสูงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล [16] อาจเป็นเพราะอาหารแปรรูปส่งผลกระทบต่อจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลิตสารสื่อประสาท
  • ปัญหาพฤติกรรมในเด็ก: สารแต่งสีและสารกันเสียบางชนิดที่พบในอาหารแปรรูปมีการเชื่อมโยงกับภาวะสมาธิสั้นและพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็ก [17]
  • การเสพติดอาหาร: อาหารแปรรูปมักถูกออกแบบมาให้มีรสชาติอร่อยและกระตุ้นการหลั่งสารโดพามีนในสมอง ทำให้เกิดความรู้สึกอยากอาหารและนำไปสู่การบริโภคอย่างต่อเนื่อง คล้ายกับการเสพติด [18]

อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปกับการทำลายสิ่งแวดล้อม

นอกเหนือจากผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ กระบวนการผลิตและการบริโภคอาหารแปรรูป รวมถึงขยะหลังการบริโภคจากอาหารแปรรูป ยังมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม:

  • การใช้ทรัพยากร: การผลิตอาหารแปรรูปมักใช้ทรัพยากรจำนวนมาก เช่น น้ำ พลังงาน และที่ดิน เพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยวหรือเลี้ยงสัตว์ในระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
  • บรรจุภัณฑ์: อาหารแปรรูปส่วนใหญ่มักมาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์พลาสติก เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาด้วยการควบคุมอุณหภูมิ ทำให้การนำกลับมาบริโภคจึงต้องผ่านกระบวนการความร้อน ซึ่งพลาติกที่ผ่านกระบวนการความร้อนเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคภัยที่ตามมา
  • ขยะอาหาร: แม้จะมีอายุการเก็บรักษานาน แต่อาหารแปรรูปบางชนิดก็ยังคงสร้างขยะอาหารจำนวนมาก ทั้งจากกระบวนการผลิตและจากผู้บริโภคที่ทิ้งอาหารที่ยังไม่หมดอายุแต่ไม่ต้องการแล้ว
  • ขยะจากบรรจุภัณฑ์: บรรจุภัณฑ์อาหารแปรรูป ส่วนใหญ่ทำจากพลาสติก เพื่อสะดวกกับการใช้งานและการอุ่นอาหารเพื่อนำมาบริโภค ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของมลภาวะพลาสติกที่ย่อยสลายได้ยาก และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทั้งบนบกและในน้ำ ก่อให้เกิดมลพิษ หากกำจัดอย่างผิดวิธี

อาหารแปรรูป” อาจให้ความสะดวกสบายในชีวิตที่เร่งรีบ แต่แลกมาด้วยความเสี่ยงต่อสุขภาพที่ร้ายแรง การทำความเข้าใจถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ในอาหารเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นปริมาณน้ำตาล เกลือ ไขมันทรานส์ที่สูง การสูญเสียสารอาหารที่จำเป็น สารปรุงแต่งที่เป็นอันตราย ไปจนถึงกระบวนการทางเคมีที่ก่อให้เกิดสารพิษ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

การเลือกบริโภคอาหารสดใหม่ ไม่ผ่านการแปรรูป หรือผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ธัญพืชไม่ขัดสี และถั่วต่างๆ เป็นก้าวแรกสู่การมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว การตระหนักถึงสิ่งที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวัน จะช่วยให้เราตัดสินใจเลือกอาหารได้อย่างชาญฉลาด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งต่อตัวเราและโลกของเรา


บทความของ โครงการการศึกษาความรอบรู้เฉพาะเรื่อง เกี่ยวกับสุขภาพ, กายภาพบำบัดและการนวดช่วยดูแลสุขภาพ บรรเทาอาการผ่านการเรียนรู้กายวิภาคจากสื่อออนไลน์


*ที่มาข้อมูลและรูปภาพประกอบ:
  • [1] Monteiro, C. A., Cannon, G., Moubarac, J. C., Levy, R. B., Louzada, M. L. C., & Jaime, P. C. (2018). The UN Decade of Nutrition, the NOVA food classification and the trouble with ultra-processing. Public Health Nutrition, 21(1), 5-17.
  • [2] Yang, Q., Zhang, Z., Gregg, E. W., Flanders, W. D., Merritt, R., & Hu, F. B. (2014). Added sugar intake and cardiovascular diseases mortality among US adults. JAMA Internal Medicine, 174(4), 516-524.
  • [3] Aburto, N. J., Ziolkovska, A., Hooper, L., Elliott, P., Cappuccio, F. P., & Meerpohl, J. J. (2013). Effect of lower sodium intake on health: systematic review and meta-analyses. BMJ, 346, f1326.
  • [4] Mozaffarian, D., Aro, A., & Willett, W. C. (2009). Health effects of trans-fatty acids: experimental and observational evidence. European Journal of Clinical Nutrition, 63(S2), S5-S21.
  • [5] Slavin, J. L. (2005). Dietary fiber and body weight. Nutrition Reviews, 63(11), 384-394.
  • [6] McCann, D., Barrett, A., Cooper, A., Crumpler, D., Dalen, E., Grimshaw, K., … & Stevenson, J. (2007). Food additives and hyperactive behaviour in 3-year-old and 8/9-year-old children in the community: a randomised, double-blind, placebo-controlled trial. The Lancet, 370(9598), 1560-1567.
  • [7] Jakszyn, P., & Gonzalez, C. A. (2006). Nitrosamine and related food intake and gastric cancer risk: a systematic review of the epidemiological evidence. World Journal of Gastroenterology, 12(27), 4296-4303.
  • [8] Walker, R., & Lupien, J. R. (2000). The safety evaluation of monosodium glutamate. The Journal of Nutrition, 130(4), 1049S-1052S.
  • [9] Tareke, E., Rydberg, P., Karlsson, P., Eriksson, S., & Törnqvist, L. (2002). Acrylamide: a novel food carcinogen. Mutation Research/Genetic Toxicology and Environmental Mutagenesis, 506, 41-49.
  • [10] Ayala, A., Muñoz, M. F., & Argüelles, S. (2014). Lipid peroxidation: The junk food of the cell. Cellular and Molecular Biology, 60(1), 1-7.
  • [11] Uribarri, J., Woodruff, S., Goodman, S., Cai, W., Chen, X., Vargas-Haley, P. J., … & Vlassara, H. (2005). Advanced glycation end products in foods and a practical guide to their reduction in the diet. Journal of the American Dietetic Association, 105(7), 1167-1180.
  • [12] Hall, K. D., Ayuketah, A., Brychta, R., Cai, H., Cassimatis, C., Chen, K. Y., … & Miller, A. (2019). Ultra-processed diets cause excess calorie intake and weight gain: An inpatient randomized controlled trial of ad libitum food intake. Cell Metabolism, 30(1), 67-77.e3.
  • [13] Malik, V. S., Popkin, B. M., Bray, G. A., Després, J. P., & Hu, F. B. (2010). Sugar-sweetened beverages, obesity, type 2 diabetes mellitus, and cardiovascular disease risk. Circulation, 121(11), 1356-1364.
  • [14] Micha, R., Wallace, S. K., & Mozaffarian, D. (2010). Red and processed meat consumption and risk of incident coronary heart disease, stroke, and diabetes: a systematic review and meta-analysis. Circulation, 121(21), 2271-2283.
  • [15] Touvier, M., Buscail, C., Baudry, J., & Srour, B. (2020). Ultra-processed foods and cancer risk: a prospective cohort study (NutriNet-Santé). BMJ, 371, m3229.
  • [16] Lai, J. S., Hiles, S., Bisquera, A., Cleary, M., Sainsbury, A., & Parker, H. M. (2019). A systematic review and meta-analysis of dietary patterns and depression. BMC Psychiatry, 19(1), 273.
  • [17] Nigg, J. T., Lewis, E., Zewe, G., & Staton, J. (2012). Dietary sensitivities and ADHD: A meta-analysis of placebo-controlled studies. Journal of the American Academy of Child and Adolescent Psychiatry, 51(3), 296-304.
  • [18] Gearhardt, A. N., Corbin, W. R., & Brownell, K. D. (2009). Food addiction: an examination of the diagnostic criteria for substance dependence. Addiction, 104(8), 1251-1262.
  • เว็บไซต์รูปภาพฟรี (https://unsplash.com//)

  • About
    Ananya

Last Post

Categories

Our Tags
child Course COVID-19 creative Designer happy Picked Senior Project SEO sketch ThimPress wild WordPress กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กัญชา การแพทย์ การแพทย์ทางเลือก การแพทย์แผนไทย กีฬา กีฬากลางแจ้ง กีฬาเพื่อสุขภาพ กีฬาในร่ม คลินิกกายภาพบำบัด ตำรับยาแผนไทย น้ำมันกัญชา บำรุงร่างกาย ปัญหาสุขภาพจิตต่อสังคม ผู้สูงวัย พืชสมุนไพร พืชสมุนไพรมีสารเสพติด ยาสมุนไพร ยาแผนไทย สารสกัดกัญชา สารสำคัญในพืชสมุนไพร สารสำคัญในสมุนไพร หมอแผนโบราณ ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio Exercises) เพื่อสุขภาพ เรียนรู้กายภาพบำบัด แบดมินตัน แฮนด์บอล โครงการการศึกษาความรอบรู้เฉพาะเรื่อง โรคที่พบบ่อย โรคผู้สูงอายุ โรคระบาด

You May Also Like